10 วิธีประหยัดน้ำในห้องครัว รับภัยแล้งช่วงหน้าร้อน

5

วิธีประหยัดน้ำในห้องครัวง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถช่วยกันลดใช้น้ำได้ ด้วย 10 วิธีประหยัดน้ำในห้องครัวก่อนภัยแล้งจะมาถึง 

ถึงแม้ทุกวันนี้เราจะมีน้ำประปาใช้กันตามปกติ แต่ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเราอาจต้องเผชิญกับภาวะภัยแล้งนั้นแบบไม่ทันตั้งตัวก็เป็นได้ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำวิธีประหยัดน้ำมาฝากกันค่ะ เป็น 10 วิธีประหยัดน้ำในห้องครัวง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถช่วยกันลดการใช้น้ำได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้มีน้ำใช้ไปนาน ๆ แม้จะเข้าสู่ฤดูหน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงที่เกิดภัยแล้งทุกปีก็ตาม

1. ล้างจานด้วยวิธีเรียงจานให้เป็นตั้งแล้วปล่อยให้น้ำไหลผ่าน

ก่อนอื่นนำจาน-ชามมาวางซ้อนกันใต้ก๊อกน้ำ จากนั้นนำจานมาขัดล้างทีละใบจากบนลงล่าง แล้ววางซ้อนกันไว้อีกกองด้านข้าง ๆ สุดท้ายเปิดน้ำล้างจานทีละใบโดยให้น้ำไหลผ่านกองจาน-ชามใบอื่น ๆ ใต้ก๊อกน้ำด้วย

2. ละลายวัตถุดิบแช่แข็งในไมโครเวฟ

หลายคนชอบละลายวัตถุดิบแช่แข็งในกะละมังน้ำเปล่า เมื่อน้ำแข็งละลายน้ำเหล่านั้นก็ถูกเททิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำได้มากกว่าหากนำวัตถุดิบแช่แข็งไปละลายน้ำแข็งในไมโครเวฟแทนการแช่น้ำ

3. รองน้ำในกะละมังก่อนล้างผัก-ผลไม้

การรองน้ำใส่ในกะละมังหรือรองใส่ในอ่างล้างจานก่อน แล้วนำผัก ผลไม้ หรือของมาล้าง สามารถช่วยให้ประหยัดน้ำได้มากกว่าการเปิดก๊อกน้ำคาไว้แล้วค่อย ๆ ล้างผัก-ผลไม้ทีละอย่างสองอย่าง ถ้าไม่อยากจ่ายค่าน้ำแพง ๆ ก็อย่าลืมรองน้ำก่อนล้างผัก-ผลไม้ทุกครั้งนะคะ

4. ใช้ก๊อกน้ำต่ำแทนก๊อกน้ำสูง 

สำรวจขนาดความสูงของก๊อกน้ำในครัวให้ดี ๆ ว่ายังเป็นทรงสูงหรือไม่ ถ้าหากใช่แนะนำให้เปลี่ยนใหม่มาเป็นแบบทรงเตี้ย เนื่องจากก๊อกทรงเตี้ยจะปล่อยน้ำออกมาแค่ประมาณ 1.5 แกลลอน ต่อ 1 นาที ในขณะที่ทรงสูงจะปล่อยน้ำออกมามากถึง 5 แกลลอน ต่อ 1 นาที และจะให้ดีต้องเลือกก๊อกน้ำแบบประหยัดน้ำ เพราะนอกจากจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำแล้ว ยังเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้ทำความสะอาดสิ่งของได้ง่ายขึ้นอีกต่างหาก

5. ลดปริมาณการใช้จาน ต้นเหตุหลักของการเปลืองน้ำ

ต้นเหตุของการใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือยก็มาจากการล้างจานเยอะ ๆ นั่นเอง ดังนั้นเราจึงควรตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมด้วยการลดปริมาณการใช้จานให้น้อยลง เช่น ใส่อาหารแห้งในจานเดียวกัน หรือใช้ช้อนตักเครื่องปรุงแค่ช้อนเดียวจะได้ไม่ต้องล้างช้อนเพิ่มอีกหลาย ๆ คัน

6. รักษาอุณหภูมิในห้องครัวอย่าให้ร้อนจนเกินไป

นอกจากสองมือของเราจะช่วยประหยัดน้ำได้แล้ว สภาพอากาศโดยรอบของห้องครัวก็ช่วยประหยัดน้ำได้เช่นกัน เพราะถ้าอากาศร้อนเกินไปน้ำก็จะระเหยง่ายจนทำให้ต้องเปิดน้ำใช้มากกว่าเดิม ฉะนั้นเราควรปลูกต้นไม้ไว้รอบ ๆ ห้องครัว เช่น ริมหน้าต่างที่มีอ่างล้างจานก็จะช่วยลดและรักษาอุณหภูมิให้คงที่ป้องกันน้ำระเหยได้ค่ะ

7. ตรวจดูจุดรั่วซึมตามท่อน้ำ ต้นเหตุเล็ก ๆ ที่ต้องรีบแก้ไข

สุดท้ายหากปฏิบัติตามขั้นตอนที่เราแนะนำกันไปหมดแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผลอยู่ดี ขอให้รีบตรวจสอบท่อน้ำ ก๊อกน้ำ อ่างน้ำ หรือแม้กระทั่งหม้อและกะละมัง ว่ามีรอยรั่วซึมไหมเพราะถ้ามีจะได้รีบแก้ไขซ่อมแซมโดยด่วน ก่อนที่บิลค่าน้ำจะทำให้คุณเป็นลมล้มพับไปนะคะ

8. เปลี่ยนจากต้มเป็นนึ่ง

การต้มน้ำแต่ละครั้งใช้น้ำไปไม่น้อยเลย ฉะนั้นหลังจากนี้ลองพลิกแพลงการทำอาหารดูบ้าง เช่น เปลี่ยนจากการต้มอาหารในน้ำเป็นการนึ่งอาหารในหม้อหุงข้าวแทน เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำได้แล้ว ยังช่วยประหยัดไฟได้อีกทางหนึ่งด้วยนะคะ

9. ปิดก๊อกน้ำให้สนิททุกครั้ง 

ก่อนจะเดินออกจากห้องครัวควรหันกลับมาดูที่อ่างล้างจานสักนิดว่า ปิดก๊อกน้ำสนิทดีแล้วหรือยัง เพราะไม่อย่างนั้นเราจะสูญเสียทั้งเงินและน้ำในปริมาณมหาศาลโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ

10. ใช้น้ำทุกหยดให้เกิดประโยชน์

ก่อนจะเทน้ำทิ้งควรหยุดคิดสักนิดว่าน้ำที่ใช้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้อีกหรือเปล่า เพราะน้ำจากการทำครัวบางอย่างสามารถนำกลับมาใช้ต่อได้อีก เช่น ใช้น้ำล้างผักรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น