November 28, 2020

money6

ล่องไพร ภาค 3 ป่าช้าช้าง ตอนที่ 14 ยิงปลา

ดิเรก “ถูก!” จองอูขิ่น “ต่อจากนั้นไปอีก 2 วันจะผ่านซากเมืองเก่าซึ่งไม่รู้ว่าใครมาสร้างไว้แต่ครั้งไหนถูกป่าปกคลุมเสียจนเกือบจะไม่แลเห็นอะไร นอกจากลำคูโดยรอบและแนวกำแพง”

ดิเรก “ถูกอีก!” จองอูขิ่น “แล้วทีนี้ก็มีแต่ป่าและเขาเรื่อยไปจนกว่าจะถึงหุบเขาใหญ่ที่นายว่าเพียงแต่จองอูขิ่นไม่รู้ว่าป่าช้าช้างอยู่ตรงไหน?” ยิงปลา

ตาเกิ้น “ถ้าเป็นจริงอย่างนายว่าก็เห็นจะไม่ยากอะไร?” ข้าพเจ้าเอ่ยขึ้นว่า “แกจะทำอย่างไรของแกตาเกิ้น?”

ตาเกิ้น “ยิงช้างใหม่อีกตัวแล้วก็ตามมันไป” ข้าพเจ้า “ความคิดของแกแยบคายเข้าที่แต่ตาเกิ้นก็รู้ดีว่าความทนทานของช้างอยู่ได้นานเท่าที่ความฉกรรจ์หรือไม่ฉกรรจ์ของบาดแผลที่มันได้รับเท่านั้น ฉกรรจ์น้อยกำลังก็พาไปได้ไกล และไม่ตายหรือตายช้า ฉกรรจ์มากหน่อยก็ไปไกลไม่ได้ตายเร็วหรือตายคาที่เลย”

ตาเกิ้น “งั้นก็ต้องยิงให้มันลำบากฉกรรจ์เท่าที่ส่วยบดีกับนายดิเรกยิงคราวนั้น”

ข้าพเจ้า “ตาเกิ้น!” ตาเกิ้น “ไม่อีกทีก็ต้องฝันแล้วเสี่ยงทายกันว่ามันอยู่ตรงไหนแน่” ข้าพเจ้า “ตาเกิน!?

ดิเรก “ปล่อยแกเถอะคุณศักดิ์ ผมไม่ถือสาอะไรใคร ๆ เห็นเป็นเรื่องขบขันทั้งนั้นมันไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความจริง จนกว่าคนเราจะได้เห็นด้วยตาตนเอง”

เสียงซึ่งแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าแสดงความข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกต่อไปสำหรับข้าพเจ้าเองเชื่อด้วยความจริงใจว่าโดยข้อเท็จจริงดิเรกจะได้เห็นมันกับตาของเขาเองหรือเพียงแต่ได้ฟังรายงานจากส่วยบดีก็ตามเขามีความเชื่อด้วยความสุจริตใจว่าป่าช้าช้างแห่งนั้นมีอยู่จริงอย่างปราศจากข้อสงสัย ด้วยเหตุนี้เองแทนที่จะคิด วิพากษ์วิจารณ์เขาไปในทางอื่นใด ข้าพเจ้าจึงกลับมีความเห็นอกเห็นใจและพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือเขาเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเหล่านั้น

เราพากันเดินเรียงหนึ่งตามหลังเขาลงไปตามทางด่านแคบ ๆ ท่ามกลางเสียงน้ำตกซึ่งดังสนั่นมาจากข้างหน้า และแสงแดดเวลาเย็นที่เหลือจางลงทุกทีโดยไม่มีใครระมัดระวังตัวหรือเฉลียวใจอะไร ฉะนั้นทันใดที่เสียงปืนชุดนั้นดังขึ้น 2 นัดติด ๆ กันมาจากแอ่งน้ำตกข้างล่างต่างคนจึงต่างหยุดชะงักยืนตะลึงอยู่กับที่เพราะไม่มีใครคิดว่าจะมีผู้ใดมาอยู่ในภูมิประเทศซึ่งเราแน่ใจหนักหนาว่าไม่มีคนเช่นนี้ ดิเรกได้สติก่อนเพื่อนเขาหันมาโบกมือให้พวกเรานั่งลงฉวยกล้องส่องทางไกลกวาดไปมาทั่วบริเวณก้นห้วยแห่งนั้นนิ่งอยู่นานจึงอุทานออกมาว่า ยิงปลา

“คุณพระช่วย! นั่นเกิดอะไรกันขึ้น?” “คุณมองเห็นอะไร คุณดิเรก?” ข้าพเจ้าถาม

ดิเรก “ผู้ชาย 2 คน นอนอยู่ข้างกองไฟแน่นิ่งเหมือนตายทั้งคู่แต่คุณศักดิ์, คนหนึ่งยังเคลื่อนไหวได้เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือเข้าไปที่กองไฟ อ้าว...ล้มฟุบลงไปอีกแล้ว เร็ว, คุณศักดิ์! เผื่อเราจะมีทางช่วยเหลือได้”

ดิเรกและข้าพเจ้าสองคนวิ่งตามกันลงไปตามทางด่านเส้นนั้นโดยไม่ได้สนใจว่าจะมีใครติดตามลงมาบ้างชั่วเวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงที่ซึ่งชายทั้งสองนอนคว่ำหน้าอยู่ พลิกคนหนึ่งขึ้นดูก็เห็นได้ว่าหมดหนทางแก้ไข ในขณะที่อีกคนหนึ่งยังหายใจระรวยแต่ชีพจรก็เต้นอ่อนเต็มที เมื่อข้าพเจ้าเปิดกระติกบรั่นดีกลอกลงไปในปากสักครู่จึงลืมตาอันขุ่นมัวขึ้นช้า ๆ ต่อมาริมฝีปากก็ขมุบขมิบเหมือนพยายามจะบอกอะไร ข้าพเจ้าพยายามก้มศีรษะตะแคงหูลงไปจนชิดจึงจับเค้าความได้แผ่ว ๆ ว่า “ไหม้หมดแล้วลายแทงนั่น“ลายแทงอะไรกัน?” ข้าพเจ้าซัก ยิงปลา

“ลายแทงแสดงขุมทรัพย์ของปู่โสมที่เราพยายามแสวงหามาเป็นเวลาแรมปี...” เป็นคำตอบแผ่ว ๆ “แผนที่ป่าช้าช้างที่เราคิดกันแต่แรกว่าเป็นเรื่องเหลวไหลเป็นนิทานสำหรับเล่าให้เด็กฟังแต่ที่สุดมันก็เป็นความจริง” ดิเรก “ฟัง! คุณศักดิ์-ฟังให้ดีได้ยินไหมว่าในที่สุดป่าช้าช้างก็เป็นความจริง”

ข้าพเจ้า “บอกหน่อยว่าคุณกับผู้ตายเป็นใคร? ออกมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? ไปพบมันเข้าได้อย่างไร?”

“เราสำเร็จจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน” ชายผู้นั้นตอบ “รักผู้หญิงคนเดียวกัน ตกลงกันตั้งแต่ก่อนออกเดินทางมาที่นี่เมื่อปีที่แล้วว่าพบป่าช้าช้างร่ำรวยกลับไปจะให้คนรักของเราเป็นคนเลือกว่าจะแต่งงานกับคนไหน แต่...แต่เขากลับเปลี่ยนใจจะครองขุมทรัพย์นั้นกับคนรักของเขาเสียคนเดียว เหตุการณ์มันถึงได้เป็นอย่างนี้เขาพยายามแย่งแผนที่จากผม เมื่อเห็นว่าไม่สามารถจะรักษาไว้ได้ก็โยนเข้ากองไฟไป เราชักปืนพร้อมกันแต่เขาเคราะห์ดีที่ตายไปโดยเกือบไม่ทันรู้ตัว เพราะกระสุนเข้าแสกหน้า ผมสิยังทรมานทรกรรมอยู่จนกว่าจะตายไป”

ข้าพเจ้า “จะให้ผมเชื่อได้อย่างไรว่ามันเป็นความจริง?” ชายผู้นั้น “ในเรื่องที่ทำให้เรายิงกันหรือป่าช้าช้าง?”

“ทั้ง 2 อย่างนั่นแหละ” ณ “ดูงาช้างคู่นั้น โน่นไงที่ข้างเต็นท์นั่นเราช่วยกันเอามาคนละข้างก็เพื่อพิสูจน์ให้ผู้ที่จะเป็นนายทุนมาขนเชื่อถือว่าป่าช้าช้างมีจริง” ยิงปลา

“คุณอาจจะยิงได้จากที่อื่น งาช้างงาม ๆ คู่เดียวพอจะหาได้ในบริเวณป่านี้”

“ดูเสียใหม่ให้ดีถ้าคุณเป็นนักศึกษาเรื่องสัตว์อยู่บ้างจะเห็นได้ว่างาขนาดนี้หาได้ยากเต็มทีในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังเก่าไปด้วยเวลาเพราะตายมาเป็นเวลาเกือบ 100 ปี บางทีจะด้วยโรคระบาดแต่ก็อาจจะเป็นสุสานของช้างสมัยนั้นอย่างนิทานที่พวกพรานและชาวบ้านป่าเชื่อยินดีของแกคนเดียว”

อ่านเพิ่มเติมได้ที https://moneyslotxo.cc/