กาลี - ยุคแห่งความมืด
กาลี (กาลียุค) หมายถึง ยุคแห่งความมืด ในวัฏจักรของระบบสุริยะ (ไม่ใช่ของโลก แต่ของระบบสุริยะ) ระบบสุริยะจะทำวัฏจักรหนึ่งในเวลา 25,920 ปี ถ้าแบ่งครึ่งหนึ่งจะได้ทั้งหมด 8 ยุค — 4 ยุค และอีก 4 ยุค โดยเฉพาะ กาลียุค และ สัตยยุค จะมาคู่กัน (2 กาลียุค + 2 สัตยยุค) ขณะที่ ทวาปารายุค และ เตรตายุค จะถูกคั่นด้วยกาลีและสัตยยุค
ยุคที่เรากำลังพูดถึงนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่ระบบสุริยะอยู่ไกลจาก "ซุปเปอร์ซัน" (หมายเหตุ: "ซุปเปอร์ซัน" อาจแปลไม่ตรง ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม) มากที่สุด และยิ่งไกลจากศูนย์กลางนี้ ความสามารถทางสติปัญญาของมนุษย์ก็จะลดลง
ใน กาลียุค มนุษย์มีสติปัญญาอยู่ในระดับต่ำสุด เพราะระยะทางที่ไกลที่สุด เมื่อระบบสุริยะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ ศักยภาพทางปัญญาจะเริ่มเบ่งบาน
มีคำกล่าวว่า มนุษย์จะเข้าใจและใช้พลังงานไฟฟ้าและแม่เหล็กในร่างกายได้ดีขึ้น เมื่ออยู่ใกล้ศูนย์กลาง และแย่ลงเมื่ออยู่ไกลออกไป
ทุกวันนี้ สมองของคุณทำงานจาก "การแตกตัวของประจุไฟฟ้า" ในสมอง (เช่นเดียวกับที่เห็นในภาพจำลองสมองจากโครงการ Blue Brain Project) สมองของเราพลุ่งพล่านด้วยกระแสไฟฟ้า และยิ่งสมองสามารถรับประจุไฟฟ้าได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งคิดได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น
วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์กับศาสตร์โยคะ
ล่าสุด นักฟิสิกส์ได้ค้นพบในสิ่งที่ ศาสตร์โยคะ รู้มานานแล้ว:
สมองมนุษย์ไม่สามารถวิวัฒนาการต่อไปได้อีก ตามกฎทางฟิสิกส์ของระบบสุริยะ
- การขยายขนาดของนิวรอนทำได้ แต่จะกินพลังงานมหาศาล
- ปัจจุบัน สมองใช้พลังงาน 20% ของพลังงานทั้งหมดของร่างกาย
- ถ้าเพิ่มขนาดสมอง จะต้องมี "ท้องขนาดใหญ่" เพื่อรองรับพลังงาน (คำพูดติดตลก)
การเพิ่ม จำนวนของนิวรอน ก็มีปัญหา เพราะสัญญาณประสาทจะสับสนและไม่ชัดเจน (เช่น กรณีเด็กไฮเปอร์แอคทีฟ)
แต่ การ "ใช้สมองให้ดีขึ้น" นั้นยังเป็นไปได้!
หากมีการพัฒนาความสามารถในการใช้สมองได้อย่างละเอียดมากขึ้น อาจทำให้สติปัญญาเพิ่มขึ้นถึง 3,000 เท่า เลยทีเดียว!
ศักยภาพของร่างกายตามศาสตร์โยคะ
แม้ว่าสมองจะไม่สามารถพัฒนาต่อได้ แต่โยคะสอนไว้ว่า เราสามารถเพิ่มการใช้งานได้:
- ตัวอย่างเช่น ผ่าน พรหมจริยา (การควบคุมพลังงานชีวิตอย่างสมบูรณ์)
- สามารถสร้างพลังงานมหาศาลเพื่อ "จ่ายไฟ" ให้สมองได้ถึง 10 หรือ 100 สมองพร้อมกัน
- นักบวชโบราณ (ฤๅษี) ที่ถูกกล่าวว่ามี "พันมือ หมื่นมือ" แท้จริงหมายถึง ความสามารถพิเศษในการใช้พลังงาน
เช่นเดียวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้หนึ่งคนทำงานแทนพันคนได้ — แต่ศาสตร์โยคะเน้น การภายใน.
การมาของกัลกี
กัลกี จะมาปรากฏเพื่อสิ้นสุดกาลียุค — ยุคแห่งความมืด
แต่ตามธรรมชาติของเวลา ไม่มีใครเริ่มยุค ไม่มีใครสิ้นสุดยุค — เวลาเดินต่อไปเอง
แม้ว่าคุณจะเป็น อมตะ คุณก็หยุดเวลาไม่ได้
ในคัมภีร์มีการพูดถึง "กัลกีขี่ม้ามีปีกสีขาว" (หมายเหตุ: "ม้าปีก" เป็นการเปรียบเทียบ)
- ม้าที่ดีต้องมีขาที่ดี ไม่ใช่ปีก
- ม้าปีก คือสัญลักษณ์ถึงการมาของ "แสง" หรือ "ปัญญา"
- เมื่อแสงมาถึง ความมืดจะหายไป
ความแตกต่างของยุคต่าง ๆ และการรับรู้
ในแต่ละยุค มนุษย์ใช้รูปแบบการรับรู้ที่แตกต่างกัน:
- ใน สัตยยุค — จิตใจ (mind) เป็นสิ่งสำคัญที่สุด, การสื่อสารเกิดขึ้นทางความคิด
- ใน เตรตายุค — สายตา มีบทบาทสำคัญ ("ฉันมองเห็นคุณ" หมายถึง การมองทะลุถึงแก่นแท้)
- ใน ทวาปารายุค — ลมหายใจและกลิ่น สำคัญมาก
- ใน กาลียุค — วาจา เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
สัตว์อย่าง งูเห่า (King Cobra) มีการรับรู้สูงสุดทางเคมีและอีเทอร์ (ออร่าพลังงาน) จึงถูกนำมาเปรียบเทียบกับโยคีผู้มีพลังการรับรู้สูงสุด
บทสรุป
แม้ว่ายุคภายนอกจะเปลี่ยนแปลง แต่จิตใจภายในของคุณสามารถอยู่เหนือการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้
แสงสว่าง (ปัญญา) จะเข้ามาแทนที่ความมืด เมื่อถึงเวลาที่ระบบสุริยะเคลื่อนพ้นยุคแห่งความมืด