JK-201019-08

MONEY RICH 88

คำเตือนสยองขวัญ 2 (สล็อต)

ถ้าคุณผู้อ่านอายุยี่สิบเจ็ดปีแล้วลองมีคนมาบอกว่าคุณมีเลือดบ้าไหลอยู่ในตัว คุณจะรู้สึกตกใจมากขนาดไหน... แน่นอนผมยังไม่ได้ถูกระบุลงไปว่าเป็นอย่างนั้น แต่อดคิดไม่ได้ว่าคนที่ถามเรื่องผมกำลังต้องการให้ผมรับรู้เช่นนั้นทางอ้อม ไม่สิ ไม่เพียงแค่ให้ผมรับรู้ แต่กำลังป่าวร้องบอกคนอื่นด้วย

ผมเริ่มหงุดหงิด แทนที่ต้องรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ สู้ผมไปหาทนายแล้วบอกให้ถามทุกเรื่องตรง ๆ เลยยังดีกว่า แต่ถ้าทำแบบนี้ผมก็ออกจะรู้สึกทุเรศตัวเอง ขณะยังตัดสินใจไม่ได้นี่เองก็มีจดหมายสยองขวัญส่งมา จดหมายมาถึงในวันที่สิบหกนับตั้งแต่วันที่ไปสำนักงานกฎหมายครั้งแรก ขณะผมรีบกินข้าวเช้าเสร็จกำลังเตรียมตัวออกไปทำงานปกติ

“คุณทาซึยะ จดหมายคุณค่ะ” เมื่อได้ยินเสียงภรรยาของเพื่อนเรียกมาจากหน้าบ้าน ผมคิดถึงทนายทันที ผมใจเต้นรัว เพราะกำลังคอยข่าวคราวด้วยความใจจดใจจ่อ และอีกอย่างผมไม่มีญาติหรือเพื่อนที่จะส่งจดหมายมาให้เลยสักคน

แต่เมื่อได้รับจดหมายฉบับนั้นแล้ว ผมกลับรู้สึกฉงนใจไม่น้อย เป็นซองจดหมายใช้กระดาษที่นำกลับมาใช้ใหม่อย่างหยาบ สีทะมึนแบบกระดาาชำระในห้องน้ำ ดูแล้วไม่น่าเป็นของทนายเจ้าของสำนักงานนำมาใช้ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นตัวอักษรจ่าหน้าซองเป็นลายมือหวัดเหมือนเด็ก แถมยังให้เกียรติด้วยการแถมรอยเลอะหมึกซึมเป็นดวง ๆ และเมื่อพลิกด้านหลังดูก็ไม่มีชื่อผู้ส่งก็ด

ผมรีบฉีกซอง ใจเต้นรัวด้วยลางสังหรณ์ประหลาด ดึงกระดาษจดหมายออกมาก็ยังคงเป้นกระดาษราคาถูกเหมือนกระดาษชำระ เขียนด้วยลายมือหวัดเลดอะหมึกซึมเช่นเดียวกับหน้าซองไว้ว่า

‘อย่ากลับมาที่หมู่บ้านเก้าหลุมศพ ถ้าเจ้ากลับมาจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น เทพเจ้าเก้าหลุมศพจะพิโรธ ถ้าเจ้ากลับมา จะมีแต่เลือด ! เลือด! เลือด! โศกนาฏกรรมเมื่อยี่สิบหกปีก่อนจะกลับมาซ้ำรอย หมู่บ้านเก้าหลุมศพจะกลายเป็นทะเลเลือด’

ผมนิ่งอึ้งอยู่สักพัก เสียงภรรยาสาวของเพื่อนผมเรียกในตอนแรกคล้ายกับแว่วมาจากที่ไกล ๆ สักแห่ง แต่ไม่นานผมก็กลับมาสู่โลกแห่งความจริง(สล็อต) ผมรีบเก็บกระดาษจดหมายลงซองยัดใส่กระเป๋าเสื้อ

“คุณทาซึยะ เป็นอะไรไปหรือคะ จดหมายเขียนอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า”

“เปล่า ไม่มีอะไร..ทำไมหรือ”

“ก็หน้าคุณสิคะ ซีดมากเลย” เธอมองหน้าผมเหมือนค้นหา อาจจะใช่ ไม่สิ ต้องใช่แน่ เป็นใครเมื่อได้รับจดหมายลึกลับแบบนี้ต้องตกใจเป็นธรรมดา ใจผมเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ทั้งตัวคล้ายมีเหงื่อเหนียว ๆ น่าขยะแขยง ผมพยายามสงบสติอารมณ์ เลี่ยงสายตาส่อแววสงสัยของเธอ แล้วรีบร้อนออกจากบ้านเพื่อนไป

ผมตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดผมจึงไม่ชอบขัดแย้งหรือขอความเห็นใจจากคนอื่น ตั้งแต่แม่เสียไป ผมคิดอยู่เสมอว่าผมตัวคนเดียว ความคิดนี้ได้ซึมเข้าไปถึงก้นบึ้งลึกลงในนิสัย ไม่ว่าจะลำบากยากเข็ญสักแค่ไหน ไม่ว่าจะได้รับเคราะห์กรรมร้ายแรงเพียงใด ผมไม่เคยคิดปรับทุกข์ขอความเห็นใจจากใครเลย ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจคนอื่น ทว่าแต่ละคนก็มีความคิด มีเรื่องทุกข์ใจแตกต่างกัน คงไม่มีใครช่วยผมจนถึงขนาดยอมปล่อยวางเรื่องทุกข์ร้อนของตนเองหรอก...

นิสัยแบบนี้..ความรู้สึกโดดเดี่ยวซึ่งมาจากนิสัยสันโดษของผม อาจมองได้ว่าดื้อดึง และด้วยนิสัยนี้เองทำให้ต่อมาผมถูกเข้าใจผิดจนต้องมารับเคราะห์กรรมน่ากลัว..ในเวลานั้นผมไม่อาจล่วงรู้เรื่องราวเหล่านั้นได้เลย

ผมคิดว่าท่านผู้อ่านคงเข้าใจได้ว่าจดหมายฉบับนี้ทำให้ผมตะลึงงันไปมากเพียงใด หมู่บ้านเก้าหลุมศพ...ผมเพิ่งได้ยินชื่ออัปมงคลลึกลับนี้เป็นครั้งแรก จริง ๆ หมู่บ้านเก้าหลุมศพ...แค่ฟังชื่อก็ข่มขวัญคนได้สบาย แต่ในจดหมายยังมีคำขู่แปลก ๆ สารพัดอีก ‘เทพเจ้าเก้าหลุมศพจะพิโรธ ถ้าเจ้ากลับมา จะมีแต่เลือด ! เลือด! เลือด! โศกนาฏกรรมเมื่อยี่สิบหกปีก่อนจะกลับมาซ้ำรอย หมู่บ้านเก้าหลุมศพจะกลายเป็นทะเลเลือด’ (สล็อต)มันหมายความว่าอย่างไรกันนะ คนเขียนจดหมายฉบับนี้มีจุดประสงค์อะไรกัน ผมไม่เข้าใจเลย มีแต่เรื่องไม่เข้าใจทั้งสิ้น และการไม่เข้าใจนั้นยิ่งทำให้รู้สึกขนพองสยองเกล้าขึ้นไปอีก

ผมรู้แต่ว่าจดหมายฉบับนี้เหมือนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีคนตามหาเมื่อวันก่อน มาลองคิดดูตั้งแต่ทนายมาเจอผม มมีคนอย่างน้อยสองคนเริ่มสนใจตัวผมขึ้นมา คือผู้ชายที่เที่ยวไปถามนิสัยส่วนตัวผมทางโน้นทีทางนั้นที กับเจ้าของจดหมายฉบับนี้...

ไม่สิ!..ผมรู้สึกตัว จึงหยุดยืนทันที เป็นไปได้ที่ทั้งสองนอาจเป็นคนเดียวกัน นั่นคือผู้ชายที่เที่ยวไปถามเรื่องของผมเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา ผมลองดึงจดหมายออกมาจากระเป๋าเสื้ออีกครั้ง และสังเกตดูตราประทับไปรษณียากรอย่างถี่ถ้วน แต่น่าเสียดายที่หมึกจางจึงอ่านตัวอักษรตราประทับไม่ได้

เช้าวันนั้นผมมัวครุ่นคิดไปมาอย่างสิ้นหวังจนพลาดรถไฟแน่นขนัดไปหลายขบวน และไปถึงบริษัทประมาณเก้าโมงครึ่ง สายจากเวลาเข้างานไปครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อถึงบริษัทมีเด็กมาบอกว่าหัวหน้าแผนกเรียก ผมจึงตรงเข้าไปที่ห้องหัวหน้าแผนก หัวหน้าแผนก(สล็อต)พูดอย่างอารมณ์ดีว่า

“อ้าว ทาซึยะ กำลังคอยอยู่เชียว คือว่าเมื่อครู่ทางสำนักงานกฎหมายโทรศัพท์มาบอกว่าให้นายไปหาเดี๋ยวนี้เลย สงสัยพ่อลูกคงได้เจอหน้ากันแล้ว ถ้านายได้เจอพ่อรวย อย่าลืมเลี้ยงพวกเราสักมื้อนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อ้าว เป็นอะไรไปล่ะ สีหน้าไม่ดีเลย” ผมทิ้งหัวหน้าแผนกทำหน้าแปลกใจไว้และเดินโซเซออกมาจากบริษัทคล้ายคนนอนละเมอ ผมได้ก้าวเข้ามาสู่โลกอันสยดสยองและน่าขนลุกอีกก้าวหนึ่งแล้ว