money1

ชายหัวโล้ขอความช่วยเหลือ 1slot

สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในเขตสลัมของเมืองเทียนจู ชายหัวโล้และลูกน้องของเขาเดินวนไปมารอบห้องอาหาร ท่าทางของพวกเขาดูกระสับกระส่ายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ตรงกลางห้องมีเด็กเล็กสิบกว่าคนนั่งจับกลุ่มร่วมกัน ร่างของพวกเขาสั่นตัวเล็กน้อย และข้างๆของพวกเขามีร่างของชายหนุ่มสามคน นอนไม่ได้สติใบหน้าของพวกเขาขาวซีดจนน่ากลัว “ลูกพี่พวกเราจะทำยังไงดี” ชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับชายหัวโล้พูดด้วยน้ำเสียงสั่น ชายหัวโล้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมองกำไลข้อมือของเขา ท่าทางของเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะกดลงไปบนกำไลข้อมือ slot ร้านอาหารตระกูลจิ้ว จิ้วมาไกอธิบายเหตุการณ์ที่เขาแต่งเอาไว้ยาวเหยียดให้แม่ของเขาฟัง เขาก็ถูกลากขึ้นไปชั้น 3 ของร้าน และต้องอธิบายให้พ่อของเขาฟังอีกรอบ จนเขาเหนื่อย หลังจากนั้นเขาก็ต้องฟังแม่เขาบ่นอีกหนึ่งรอบให้เขาระวังตัวให้ดี “นี้คือเจี่ยวไก ลูกเสือขาวที่ผมพบระหว่างเดินทางหาประสบการณ์ครับ” จิ้วมาไกรีบแนะนำเจี่ยวไกที่นั่งหมอบอยู่บนโซฟา เพื่อเปลี่ยนเรื่อง พ่อของเขาจิ้วมาเจียนมองเจี่ยวไกอย่างแปลกใจ “เสือขาวตาสีเขียวมรกต พ่อไม่เคยเห็นมาก่อน คงจะเป็นเสือขาวที่เกิดการกลายพันธิ์จากพลังวิญญาณของโลกที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นสินะ” แม่ฮั่นหวูเหยาดูเหมือนจะสนใจเจี่ยวไกเช่นกัน เธอเดินออกไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาพร้อมเนื้อวัวย่างถาดใหญ่ ดวงตาของเจี่ยวไกเป็นประกายเจิดจ้า มันจะกระโดดมายืนข้างแม่ฮั่นหวูเหยา ก่อนเงยหน้ามองเธออย่างออดอ้อน “กินช้าๆนะ ระวังติดคอ” เธอวางถาดเนื้อย่างไว้บนโต๊ะ เมื่อเจี่ยวไกกระโดดขึ้นมา เธอก็ลูบขนของมันเบาๆ เจี่ยวไกไม่ขัดขืนปล่อยให้ลูบแต่โดยดี ก่อนจะก้มหัวเล็กๆลงกินเนื้อย่าง หางยาวๆของมันโบกสะบัดไปมาอย่างมีความสุข เห็นอย่างนี้จิ้วมาไกก็รู้แล้วว่า ตัวเขาได้เทคนิคการหลอกล่อมาจากแม่ของเขานั้นเอง เห็นว่าไม่มีใครสนใจเรื่องที่เขาไปอยู่ที่หมู่บ้านใบไม้ร่วงแล้ว จิ้วมาไกก็รีบพูด”ฝากเจี่ยวไกด้วยนะครับเดียวผมกลับมา” พ่อจิ้วมาเจียนพยักหน้าให้ จิ้วมาไกก็ออกจากห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อออกมาเขาก็พบจินจิ้วปิง กำลังยืนรอเขาอยู่ จิ้วมาไกชะงักเล็กน้อย “ขอบคุณที่เธอช่วยฉันกับลูก ถ้าไม่ได้เธอพวกเราต้องแย่แน่ๆ” จินจิ้วปิงก้มหัวลงขอบคุณเขาอย่างงดงาม ไม่มีความเย่อหยิ่งของผู้บ่มเพาะพลังระดับสูงเลยแม้แต่น้อย “ไม่เป็นไรครับ ผมแค่อยู่ในเหตุการณ์พอดี” จิ้วมาไกโบกมือปฏิเสธ จินจิ้วปิงเงยหน้าขึ้นมาก่อนพูดต่อด้วยท่าทางลังเล”เรื่องที่คุณช่วยรักษาฉัน ฉันจะไม่บอกใคร” จิ้วมาไกพยักรับเบาๆ ก่อนที่เขาจะขอตัวออกมา เมื่อเขาเดินออกมาเขาก็ถามพนักงานคนหนึ่งของร้าน “คุณเห็นมิงมานเฟยไหม” “วันนี้เขาขอลางานไปสมัครงานค่ะคุณหนู” พนักงานคนนั้นตอบ “อ่อ slot ขอบคุณ” จิ้วมาไกพยักหน้าขอบคุณก่อนจะเดินออกจากร้านอาหาร เขาไม่ตกใจที่ มิงมานเฟยหางาน เพราะเขารู้ว่ายังไงมิงมานเฟยก็หาหางานไม่ได้ เพราะอิทธิพลของถังจิงหมุน ทำให้ไม่มีบริษัทไหนกล้ารับเขาเข้าทำงาน เมื่อเห็นว่ามิงมานเฟยไม่อยู่ในวันนี้ จิ้วมาไกก็เลื่อนแผนชวนมิงมานเฟยตั้งบริษัทโลกเสมือนไปวันพรุ่งนี้ จิ้วมาไกเดินไปมหาวิทยาลัยเทียนจู แต่ในระหว่างกำลังจะถึงมหาวิทยาลัย กำไลข้อมือของเขาก็สั่นเล็กน้อย เมื่อเขามองหมายเลขผู้ติดต่อ เขาก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ และกดรับสายทันที “มีอะไร” เสียงปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและสั่นเล็กน้อย “ชะ…ช่วยพวกเราด้วย เกิดอะไรขึ้นไม่รู้ อยู่ๆพี่น้องของเราก็หมดสติไป คุณช่วยมาดูพวกเราที่สถานเลี้ยงเด็กกําพร้าหน่อยได้ไหม ขอร้องล่ะ!” จิ้วมาไกเลิกคิ้ว แต่ไม่นานแววตาของเขาก็เปลี่ยนไป”เดี๋ยวฉันจะรีบไป รวมตัวกันไว้อย่าแยกกันไปคนเดียว!” slot “ได้ๆ…” จิ้วมาไกตัดสายลงก่อนจะหันหลังกลับโบกมือเรียกรถยนต์โดยสารที่กำลังจะผ่านไปพอดีท้องฟ้าค่อยๆ มืดครึ้มลง ยิ่งทำให้บรรยากาศในเขตสลัมน่ากลัวขึ้นหลายเท่า ระหว่างทางเต็มไปด้วยผู้คนจับกลุ่มกันกินเหล้าพูดคุยเสียงดัง เมื่อจิ้วมาไกเดินผ่านบางคนก็เลือบตามองจิ้วมาไกด้วยแววตาเป็นประกาย แต่เมื่อจิ้วมาไกหันไปสบตา พวกเขาก็หันหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว ในยุคสมัยแห่งการบ่มเพาะพลัง ความแตกต่างทางฐานะของผู้คนยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้บางคนไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้ อย่างคนในเขตสลัม ที่มีคนน้อยมากที่ได้บ่มเพาะพลัง แม้ว่าพวกเขาจะได้รับยา 12 ชนิดในราคาถูก พวกเขาก็บ่มเพาะพลังได้ยาก เพาะพวกเขาไม่มีเคล็ดบ่มเพาะพลังที่ถูกต้อง ถึงมีก็เป็นเคล็ดบ่มเพาะพลังเริ่มต้นที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก ทำให้เมื่อคิดจะปล้นชิงทรัพย์ ต้องระมัดระวังตัวอย่างมาก ถ้าพลาดจะเกิดความสูญเสีย บาดเจ็บแทน ทำให้การสร้างกลุ่มแก็งจะต้องมีความแข็งแกร่งในระดับสูงมาก จิ้วมาไกเดินมาถึงสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่ตอนนี้เปิดไฟสว่างทั่วอาคาร จิ้วมาไกเดินไปเคาะด้านหน้าสุด แทบจะเสี่ยววินาทีก็มีชายวัยรุ่นเปิดประตูให้ทันที “เชิญเข้ามาครับ” slot จิ้วมาไกเดินเข้าไป พร้อมกับใช้จิตสัมผัสตรวจสอบทั่วอาคาร ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ ชายวัยรุ่นก้มหน้าเดินนำจิ้วมาไกไปด้านใน จนมาถึงห้องอาหารเขาก็เห็นชายหัวโล้กำลังยืนหน้าทางเข้าของร้านอาหาร “ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่าปล่อยให้ใครแยกไปคนเดียว ทำไมให้เขาไปรอรับฉันคนเดียว” จิ้วมาไกกวาดสายตาตรวจสอบโดยรอบขณะถามชายหัวโล้แต่เมื่อชายหัวโล้ไม่ตอบ เขาก็เงยหน้าขึ้นเห็นชายหัวโล้มองเขาด้วยสีหน้าตกใจ ลูกน้อยหลายคนด้านข้างก็หน้าซีด จิ้วมาไกเหมือนพึ่งรู้ตัว เขาใช้จิตสัมผัสตรวจสอบโดยรอบแต่ก็ไม่พบอะไร เขาหันกลับไปมองก็ไม่มีชายวัยรุ่นที่พาเขาเข้ามาแล้ว จนเขากลับมามองชายหัวโล้ ชายหัวโล้กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะพูดเสียงสั่น “พวกเราทุกคนอยู่ที่นี่ทั้งหมด ไม่มีใครแยกออกไปเลย” จิ้วมาไกนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสำรวจสีหน้าของทุกคนพบว่าทุกคนไม่ได้โกหก เขาก็มั่นใจแล้วว่า เขาพบเหตุการณ์ทางวิญญาณ จริงๆ ประตูมิติระดับล่างเริ่มเปิดออกแล้ว

อ่านเพิ่มเติมได้ที https://moneyslotxo.cc/